เงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชี

เงินเดือนรึรายได้
จาก 10000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 1 ล้านบาท
อัตราต่อปี
10-28%
ระยะเวลา
1-24 เดือน
อายุ
20-60 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 8000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 1.2 ล้านบาท
อัตราต่อปี
6-28%
ระยะเวลา
1-24 เดือน
อายุ
20-60 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 12000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 1 ล้านบาท
อัตราต่อปี
12-36%
ระยะเวลา
1-36 เดือน
อายุ
20-80 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 8000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 1.5 ล้านบาท
อัตราต่อปี
8-28%
ระยะเวลา
1-60 เดือน
อายุ
20-60 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 6000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 5 ล้านบาท
อัตราต่อปี
4-36%
ระยะเวลา
1-60 เดือน
อายุ
22-80 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 5000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 4 ล้านบาท
อัตราต่อปี
4-36%
ระยะเวลา
1-72 เดือน
อายุ
22-60 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 6000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 2 ล้านบาท
อัตราต่อปี
12-36%
ระยะเวลา
1-60 เดือน
อายุ
20-72 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 5500 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 3 ล้านบาท
อัตราต่อปี
5-36%
ระยะเวลา
1-60 เดือน
อายุ
18-65 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 8000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 4 ล้านบาท
อัตราต่อปี
4-36%
ระยะเวลา
1-60 เดือน
อายุ
20-80 ปี
เงินเดือนรึรายได้
จาก 6000 บาท
จำนวนหรือวงเงิน
ถึง 5 ล้านบาท
อัตราต่อปี
4-36%
ระยะเวลา
1-72 เดือน
อายุ
20-60 ปี

หาเงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชีต้องดูที่อะไรบ้าง ก่อนตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

บอกเลยว่าการยืมเงินด่วนออนไลน์นั้นไม่ใช่วิธีใหม่ หรือแม้แต่การไปกู้ยืมนอกระบบที่จะทำให้คุณกลายเป็นหนี้ก้อนโต วิธีเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีมานานทั้งสิ้น และมีคนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพเพิ่มมากขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เพราะการหาเงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชีในความเป็นจริงนั้นหายากมาก แต่ถึงแม้จะยากยังไงก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะไม่ว่าจะเป็นบัตรกดเงินสด แอปยืมเงิน สินเชื่อหมุนเวียนส่วนบุคคล หรือสินเชื่อที่ใช้สินทรัพย์ในการแลกเงินสด ล้วนแล้วแต่ตอบโจทย์การกู้เงินด่วนของเพื่อนๆ ได้ทั้งนั้น แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างที่คุณต้องจ่ายเพิ่มมา เพื่อแลกกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่รวดเร็วนี่เอง

ข้อเสียที่ต้องยอมจ่าย หากอยากได้เงินด่วนโอนเข้าบัญชีภายใน 30 นาที

เพราะการกู้เงินด่วนโอนเข้าบัญชีภายใน 30 นาทีเหล่านี้มันเป็นเงื่อนไขที่ไม่ว่าใครก็อยากจะได้ และความร้อนเงิน เดือดเนื้อร้อนใจตรงนี้แหละครับที่ทำให้คุณต้องยอมแลกกับอะไรต่างๆ มากมาย เพื่อให้เค้าอนุมัติการขอกู้ยืมครั้งนี้ของคุณ ทางสถาบันการเงินหรือผู้ให้กู้เอง เนื่องจากรู้ว่าเราต้องการเงินมาก เค้าก็มีเวลาตรวจสอบเราได้น้อย ในการดำเนินการต่างๆ ดังนั้นหนึ่งในข้อแลกเปลี่ยนที่เค้าจะเสนอมาก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ และระยะเวลาการชำระคืนที่สั้นมาก

ซึ่งบอกเลยว่ามันไม่คุ้มอย่างยิ่งเลยล่ะครับที่เราจะไปขอกู้เงินด่วนจากใคร ไม่ว่าจะเป็นยืมเงินผ่านแอพ หรือแหล่งเงินกู้ต่างๆ เพราะถ้ามีเวลาหายใจหายคอ และดำเนินการตามปกติไม่ต้องกลัวว่าจะหาเงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชีเนี่ย เราอาจจะได้ดอกเบี้ยถูกกว่านั้นมากทีเดียว เพราะฉะนั้นเก็บตัวเลือกนี้ไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้นก็พอ

ข้อควรระวังก่อนจะกู้ยืมเงินด่วนจากใครสักคน

นอกเหนือจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นกว่าเดิมแล้ว สิ่งที่คุณยังต้องกังวลเพิ่มเติมก็คือ ความเสี่ยงที่อาจจะมาถึงโดยไม่รู้ตัวนี่แหละ เพราะการกู้เงินด่วนผ่านแอปนั้นคุณจะไม่สามารถไว้วางใจใครได้เลย คุณจะไม่รู้ว่าผู้พัฒนาคือใคร เค้ามีจุดประสงค์อะไร รู้แค่เพียงว่าเค้าสามารถอนุมัติเงินให้คุณได้ในเวลา 30 นาทีจริงๆ เท่านั้น ซึ่งในปี 2020 หรือ 2563 นี้มีเงินนอกระบบได้จริงมาหลอกทำเนียนเป็นแอปโอนเงินด่วน 30 นาทีเหล่านี้สูงมาก เพราะฉะนั้นไปเช็กกันให้ดีๆ ว่าที่คุณกำลังจะกู้ยืมไป เป็นแอปกู้เงินด่วนนอกระบบได้จริงหรือเปล่า

  1. อัตราดอกเบี้ยไม่ระบุชัดเจน

หากคุณจะกู้ยืมเงินด่วนจากไหนก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องมองหาคือ อัตราดอกเบี้ยนี่แหละครับ เพราะสถาบันการเงิน หรือพวกทำธุรกรรมในระบบ เค้าจะเปิดเผยข้อมูลให้เห็นชัดเจนทันที ว่าคุณต้องจ่ายดอกเบี้ยชำระคืนพร้อมเงินต้นทั้งหมดแล้วเท่าไหร่ แต่สำหรับเหล่ามิจฉาชีพมักจะไม่ระบุอัตราดอกเบี้ยชัดเจน และกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ยอดหนี้มาส่งถึงตัวแล้ว ซึ่งมีสิทธิ์ที่คุณจะล้มตึงได้เลย เพราะอัตราดอกเบี้ยที่มหาโหดของเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้นั่นเอง

ดังนั้นการจะเลือกใช้บริการเงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชีจากใครสักคนอย่าลืมเลือกแอปหรือเว็บที่ระบุอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชัดเจน และคำนวณระยะเวลาในการจ่ายเงินได้จริง เพื่อป้องกันการโดนโกงนั่นเอง

  1. จำนวนเงินกู้ต้องสมเหตุสมผล

ถ้าอยากจะเลี่ยงมิจฉาชีพ คุณต้องมองโลกในแง่ของความเป็นจริง เพราะในโลกของเราการกู้เงิน 30 นาทีผ่านแอป ผ่านเว็บนั้น เค้าจะเน้นความสะดวก รวดเร็ว และง่ายดายที่สุด ทำให้ผู้กู้อย่างเราส่งแค่บัตรประชาชนใบเดียวก็กู้ได้ แต่เพราะสิ่งนี้มันเสี่ยงต่อเค้ามากเกินไป ถ้าเราชิ่งมาเค้าจะตามตัวเราจากไหนก็คงยาก ดังนั้นมันจึงต้องแลกมากับวงเงินการกู้ที่ค่อนข้างต่ำ อาจจะหลักร้อย ถึงหลักพัน ไม่มีหรอกครับที่จะมาให้เรากู้หลักหมื่นหลักแสน

เพราะเค้าต้องคำนวณมาอย่างดีว่า เงินจำนวนเท่านี้จะทำให้เราที่กู้ยืมไปสามารถชดใช้กลับมาได้แบบไม่เดือดร้อน และไม่ต้องถึงขั้นฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลแน่นอน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เจอคนให้กู้เยอะๆ หลักแสนล่ะก็ ระวังให้ดีนั่นอาจเป็นการกู้นอกระบบที่จะนำพาเรื่องปวดหัวมาให้คุณอีกเพียบเลยล่ะ

  1. เอกสารต้องระบุรายการทุกครั้ง

สุดท้ายการโกงกันบนโลกออนไลน์เหมือนเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องระมัดระวังกันเอง ซึ่งการยืมเงินนี้ก็เหมือนกัน หากคุณจะไปขอกู้ยืมเงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชีจากเหล่าแอปยืมเงิน หรือเว็บให้ยืมเงิน คุณต้องระมัดระวังเรื่องการส่งเอกสารให้ดี เพราะแน่นอนว่าเค้าต้องขอสำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารสำคัญอื่นๆ เช่น หน้าบัญชีธนาคาร สำเนาทะเบียนบ้าน และอะไรต่างๆ มากมาย

เอกสารสำคัญพวกนี้คุณต้องเซ็นกำกับให้เรียบร้อยทุกครั้งว่าใช้ในการทำอะไร เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำชื่อ นำข้อมูลของคุณไปใช้ต่อโดยไม่รู้ตัว บางเจ้าที่ขอสำเนาเอกสารเปล่าๆ โดยให้คุณเซ็นมาทันที แบบไม่ต้องเขียนระบุธุรกรรม เหล่านี้ให้สงสัยได้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน เพราะเค้าจะเอาข้อมูลพร้อมลายเซ็นคุณไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่ทำให้คุณเดือดร้อน

ทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการกู้เงินด่วน 30 นาทีโอนเข้าบัญชีที่คุณต้องใส่ใจให้มากๆ เพราะถ้าพลาดไปเจอกับพวกกู้นอกระบบนั่นอาจหมายถึงหนี้ก้อนโตแบบที่คุณต้องชดใช้ไปทั้งชีวิต